ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ร.พ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล : ปฏิรูปสาธารณสุขเชิงรุก ตรวจรักษาผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

ภาพประกอบ การตรวจรักษาผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

 

“...ผมเชื่อว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดการสูญเสียเวลา และเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยการเชื่อมโยงด้วยระบบเทคโนโลยีให้เข้าถึงบุคลากรที่เข้ามาดูแลพี่น้องผ่านการตรวจรักษาผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานเชิงรุกในท้องถิ่น และชุมชนได้...”

 

-------------------------------------

 

 

เมื่อเรื่องป่วยไข้ไม่ได้แก้หายเฉพาะได้  ‘หมอมือดี’  และ  ‘ตัวยาเด็ด’  

หากยังต้องประกอบด้วยการรักษาพยาบาลที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ที่สำคัญทำอย่างไรให้  ‘ผู้ป่วย’  รู้สึกอบอุ่นสบายใจเหมือนพวกเขาได้รับการเอาใจใส่จากคนในครอบครัว

 

ล่าสุดในช่วงบ่ายวันที่ 4 กันยายน 2552 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุ พร้อมคณะแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จากทั่วประเทศ ร่วมเปิดตัว  “มหกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จุดเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทย”  โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

ด้วยมาตรฐานการรักษาพยาบาล และการจ่ายยาที่เทียบเท่าโรงพยาบาลประจำอำเภอ หากแต่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในเรื่องการเดินทางได้มากกว่า และยังมี อสม.คอยให้กำลังใจให้ความดูแลช่วยเหลือใกล้ชิด โดยการเชื่อมโยงผู้ป่วยในพื้นที่กับสถานีอนามัยท้องถิ่น

 

โรงพยาบาลเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) จึงกลายเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่เชื่อมั่นว่าจะขจัดปัญหาความหนาแน่นของผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับอำเภอ ด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยีออนไลน์ ที่เรียกว่า “เทเลคอนเฟอร์เรนซ์”  (Teleconference)  เข้ามาช่วยให้แพทย์ได้ตรวจรักษาผู้ป่วยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

 

 

ภาพประกอบ มหกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จุดเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทย

 

 

ผมพูดเสมอว่า ปัจจัยในการพัฒนาประเทศคือ คุณภาพของคน ที่เริ่มต้นได้โดยมีสุขภาพที่ดี”  อภิสิทธิ์กล่าวเปิดงาน ด้วยการเสริมว่า

รัฐบาลต้องการสร้างจุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้งด้วยการปฏิรูประบบสาธารณสุข

 

จากอดีตที่เป็นการสร้างหลักประกันทางสุขภาพ โดยที่เสียค่าใช้จ่ายน้อย หรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย เช่น นักเรียน ผู้สูงอายุ มาเป็นบัตรประกันสุขภาพ แล้วพัฒนามาเป็นระบบประกันสังคม หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่พัฒนามาเป็นบริการฟรี

 

ตอนนี้คนเจ็บป่วยแบบที่ไม่มีหลักประกันมีน้อยมาก แม้ว่างบประมาณรัฐบาลจะลดลง แต่ก็เห็นว่าเรายังเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษารายหัวให้เพิ่มขึ้นเป็น 200 บาท”

 

อย่างไรก็ดีสิ่งที่พบคือ แม้การรักษาฟรีจะครอบคลุมแล้ว แต่ภาระประชาชนยังไม่หมดไป เพราะยังมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง ค่าป่วยการที่ไม่ได้ทำงานอื่นๆ ประกอบกัน ขณะเดียวกันภาระที่รัฐบาลต้องแบกรับแทบไม่ไหวก็สะท้อนผ่านความล่าช้าในการตรวจรักษา และการจ่ายยา

 

อันเป็นที่มาของ  ‘ภาพการรอคิวที่แสนยาวนาน’  และ  ‘เตียงนอนที่ไม่เพียงพอ’

 

ความคิดเชิงรุก ที่ไม่หวังจะรอให้เกิด  ‘ผู้ป่วย’  ก่อน จึงจะค่อยมีแผน  ‘ตั้งรับ’  จึงเกิดขึ้น

 

อสม.ก็เป็นหนึ่งในแผนรุกที่ประสบผลสำเร็จในการสร้างเครือข่ายและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยมากขึ้น จึงเป็นการสร้างและการซ่อมไปในคราวเดียว”  นายกฯกล่าว

 

แต่ดูเหมือนว่าแต่ละฝ่ายก็ยังต่างคนต่างเดินไป จนเป็นที่มาของการสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบลจนทำให้ปัญหาต่างๆได้รับการเชื่อมโยงต่อกันและเดินไปด้วยกัน

 

ต่อไปการให้บริการและการทำงานเชิงรุกจะเข้าไปอยู่ใกล้ประชาชน”  นายกฯกล่าว

 

ทั้งนี้จะมีการจัดให้มี รพสต. 10,000 แห่ง ภายใต้งบประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะ 2 ในปี 2555 โดยจะเริ่มเปิด 1,001 แห่ง ดีเดย์ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

ผมเชื่อว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดการสูญเสียเวลา และเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยการเชื่อมโยงด้วยระบบเทคโนโลยีให้เข้าถึงบุคลากรที่เข้ามาดูแลพี่น้องผ่านการตรวจรักษาผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานเชิงรุกในท้องถิ่น และชุมชนได้” นายกฯกล่าว

 

จุดเปลี่ยนในการปฏิรูประบบสาธารณสุขครั้งนี้ จึงนำไปสู่การเปลี่ยนการบริการดูแลจากศูนย์กลางไปสู่ท้องถิ่น ผ่านการเปลี่ยน ‘สถานีอนามัย’  ให้เป็น ‘โรงพยายาลประจำตำบล’  เพื่อเพิ่มให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ มีคุณภาพสะดวกสบายให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งก็ทำให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

 

ภาพประกอบ บรรยากาศงาน มหกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จุดเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทย

 

 

ขณะที่ วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าประชาชนไทยเจ็บป่วยมากขึ้น จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สธ. พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยนอกเข้ารับการรักษาในสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศเพิ่มขึ้น จาก 130 ล้านครั้งในปี 2550 เป็น 140 ครั้งในปี 2551 ทำให้การเข้ารับบริการต้องใช้เวลารอนาน และแพทย์มีเวลาดูแลผู้ป่วยน้อยลง

 

“กระทรวงสาธารณสุขจึงปรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการด้านสุขภาพแบบใหม่ด้วยการปฏิรูปกลไกการทำงานขของสถานีอนามัย ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดและครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศจำนวน 9,810 แห่ง มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 30,000 คน โดยพัฒนาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) โดยในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเกิดรพสต.ทั้งหมด 1,001 แห่ง ครอบคลุมในทุกอำเภอที่มีอยู่ 800 กว่าแห่งทั่วประเทศ และภายใน 3 ปี กระทรวงสาธารณสุขจะเกิดขึ้น 9,000 แห่ง”  วิทยากล่าว

 

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินชมนิทรรศการทั่วงาน โดยได้ร่วมพูดคุยผ่านระบบสื่อสารเทเลคอนเฟอร์เรนซ์สั้นๆ เกี่ยวกับอาการป่วยไข้ และความสะดวกสบายในการรักษาแบบออนไลน์กับ ข้อง เย็นอารมณ์ ผู้ป่วยวัย 56 ปี จากต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนานร่วม 10 ปี

 

อยากให้เพิ่มงบประมาณให้โรงพยาบาลประจำบลเยอะๆหน่อยค่ะ เพราะไปมาสะดวกดี”  เป็นคำฝากสั้นๆของป้าข้องที่เรียกเสียงเชียร์จากคนรอบข้างได้อย่างพร้อมเพรียง

ก่อนที่นายกฯจะตอบส่งท้ายได้ถูกอกถูกใจกลับไปว่า

จะพยายามดูแลเต็มที่ให้ทั่วถึงมากขึ้นครับ”

 

สำหรับโรงพยาบาลประจำตำบลตัวอย่างที่ป้าข้อง เย็นอารมณ์รักษาตัวอยู่นั้น ประกอบด้วยทีมงานเล็กๆ 3 คน คือ ขจรศักดิ์ พรหมสา พยาบาลวิชาชีพ สุธากานต์ เชาว์ดี พยาบาลเวชปฏิบัติ และผู้ช่วยที่ได้รับเงินทุนเรียนจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มาให้การดูแลรักษาผ่านการตรวจรักษาออนไลน์จากนพ.พงศ์พิชญ์ วงศ์มณี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหล่มสัก ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544

 

 

ภาพประกอบการตรวจรักษาผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

 

 

ป้าข้อง ยังให้สัมภาษณ์อีกด้วยว่า  “ตอนนี้ ควบคุมอาหารและปริมาณน้ำตาลเลือดได้ดีต่อเนื่องร่วม 10 ปี เพราะการมีอยู่ของรพสต.ทำให้การรักษาสะดวกสบายยิ่งขึ้น”

 

เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลประจำอำเภอที่อยู่ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร จากเดิมที่ต้องไปจองคิวตั้งแต่ตี 4 บางทีกว่าจะได้รับยาก็ 5-6 โมงเย็น แต่พอถูกส่งกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำตำบล ก็มารอคิวประมาณ 7 โมงเช้า แล้ว 10 โมงก็ได้จ่ายยาแบบเดียวกัน และให้บริการในแบบเดียวกันเป๊ะๆ

 

ป้าคุยกับคุณหมอได้โดยตรง ผ่านการตรวจรักษาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณหมออยู่ไหนก็ให้คำปรึกษาได้ อีกอย่างป้าไม่อยากกลับไปรักษาที่ในอำเภออีกเพราะมันไกลบ้าน แล้วก็เสียเวลา ที่สำคัญรักษาในชุมชนมันคนคุ้นเคยมากกว่า”

 

ส่วนจะ  ‘รพสต.’ รวดเร็วทันใจสมกับภาพลักษณ์รัฐบาลไฮเทคที่นายกฯตกบ้างรับคำหรือไม่ ดีเดย์ 1 ตุลาคมนี้ได้  ‘แช็ต’ ผ่านหน้าจอคุยกับคุณหมอกัน !!

 

---------------------------------------

 

เอกสารประกอบ  :  แนะนำหลักคิดและแนวปฏิบัติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาล 'สายพันธุ์ใหม่' ความสุขใกล้บ้าน โดย สสส.

 

ดาวน์โหลดเอกสาร แนะนำหลักคิดและแนวปฏิบัติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

 

 

ภาพประกอบ :   ภายในงาน โดย พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์

ภาพประกอบ :   วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดย ทีมงานเว็บไซต์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รัฐบาลประกาศปฏิรูประบบสุขภาพ ตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นหน่วยเชิงรุกดูแลสุขภาพคนไทย

 

แบ่งปันผ่านทาง Social networks

  • แบ่งปันผ่านทาง  googlebuzz
  • ส่งหน้านี้เข้าอีเมล์
  • พิมพ์หน้านี้

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่