ยูวี แอร์ คลินเนอร์ (UV Air Cleaner) นวัตกรรมฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี
"...จากการวิจัยพบว่า แสงยูวีฆ่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ 99.99% แถมโรงพยาบาลที่ติดตั้งระบุว่าสามารถลดการแพร่เชื้อจาก 19% เหลือ 2%...”
อีกมาตรการต่อสู้กับ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ระลอก 2 ที่จะกลับมาในช่วงเข้าหน้าหนาว
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเครื่องยูวี คลินเนอร์รุ่นที่ 3 หลังจากที่ นพ.มนัส วงษ์เสงี่ยม ผู้บุกเบิกรุ่นแรก และ นพ.ทวีทอง กออนันตกุล ผู้สานต่อร่วมกันพัฒนาต่อเนื่องถึง 11 ปี ตั้งแต่ปี 2541

เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่ารังสียูวี ที่มีอยู่ในแสงแดดสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสรังสียูวี แบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามช่วงยาวคลื่น (หรือความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ได้แก่ UV A, UV B และUV C รังสี UV C สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ อีกทั้งยังไม่มีอันตรายต่อมนุษย์
เลยเห็นควรลองประยุกต์ใช้กับเจ้าไวร้าย “H1N1” รายล่าสุด
ส่วนหลักการทำงานง่ายๆของเจ้ายูวี แอร์ คลินเนอร์รุ่นที่ 3 นี้คือ การดูดอากาศ “ที่คาดว่าจะมีเชื้อไวรัส” เข้าไปจากส่วนล่างของท่อ ผ่านท่อซึ่งมีหลอดรังสียูวี ขนาด 20 วัตต์ ซึ่งติดตั้งอยู่ส่วนแกนกลางท่อ
ก่อนอากาศที่คาดว่า “สะอาดปราศจากเชื้อไวรัส 99.99%” หลังจากที่ผ่านการกรองจะถูกปล่อยผ่านส่วนบนของท่อ โดยมีระบบลิ้นกันแสงไม่ให้แสงรังสียูวีรั่วออกมาภายนอก เพราะฉะนั้นอากาศที่มีเชื้อโรค จะถูกรังสีฆ่าให้ตาย ภายใต้ระยะเวลาการสัมผัสอย่างเพียงพอ
“แบคทีเรียที่มีเชื้อรุนแรงหากเริ่มฉายแสง 2 ชั่วโมงแรกเชื้อก็จะไม่เพิ่มจำนวน แต่ถ้าเป็นเชื้อที่ไม่รุนแรงก็จะตายหลังการการฉายแสง 48 ชั่วโมง” นพ.สุขุมเริ่มอธิบาย
“10 นาทีเครื่องนี้จะสามารถฟอกอากาศได้ภายในพื้นที่ 100 ตารางฟุต” นพ.สุขุมกล่าว และว่าถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าปกติเครื่องกรองที่ราคาสูงหลายแสนตรงที่มีดีตรงรูกรองที่ “เล็กกว่า”
“ปกติเครื่องกรองเชื้อที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลจะสามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดรูกรอง 0.3 ไมครอน จึงไม่สามารถกรองเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า คือ 0.18-0.12 ไมครอน”
ส่วนประสิทธิภาพ “รูกรองจิ๋ว” นั้น มีผลยืนยันจากโรงพยาบาลที่ติดตั้งแล้วว่า “แจ๋วจริงๆ”
“ผลการวิจัยของ Mc Clean ที่ตึก Livermore ในรัฐแคลิฟอร์เนียพบว่า แสงยูวีฆ่าเชื้อสายหวัดใหญ่ได้ 99.99% ส่วนโรงพยาบาลที่ติดตั้งก็ระบุว่า ลดการแพร่เชื้อจาก 19% เหลือเพียง 2% ในราคา 7,000 บาท เทียบกับเครื่องกรองเชื้ออื่นซึ่งมีราคาสูงถึง 3 ถึง 5 แสนบาท”
ส่วนจะ “จิ๋ว” แต่ “แจ๋ว” อย่างที่ว่าหรือเปล่านั้น ก็แว่วว่าต้องรีบจดสิทธิบัตรกันให้วุ่น
ล่าสุด นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ ก็สั่งผลิตด่วนจากเดิมที่มีอยู่ 12 เครื่องก็เพิ่มเข้าอีกร้อยเครื่องเรียบร้อยโรงเรียน (สถาบันโรคทรวงอก) แล้ว




