เปิดตัว “Book (for) Gift” หนังสือในดวงใจ ใส่ไว้ในตะกร้า

 

...ผมเชื่อมาตลอดว่า สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้บุคคลทั้งหลายประสบความสำเร็จในชีวิตคือ การอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนการที่สมองได้รับอาหารที่มีคุณค่า ช่วยเพิ่มเติมเสริมสร้างความรู้ ตลอดจนช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทำให้มีปัญญาเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม…”

 

 

 

หนึ่งในไฮท์ไลท์ของงาน "มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 14 (Book Expo Thailand 2009)" ภายใต้คอนเซ็ปท์ “คิดถึงของขวัญ คิดถึงหนังสือ" เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยตระหนักถึงการอ่านอย่างต่อเนื่องก็คือ การจัดตะกร้าของขวัญที่บรรจุหนังสือเล่มโปรดของคนดังในประเทศไทยในหลากสาขาอาชีพ ทั้งดารานักแสดง พิธีกร นักธุรกิจ พระภิกษุสงฆ์ หรือแม้กระทั่ง “นักการเมืองไทย” ก็ไม่พลาดส่งตะกร้า “ของขวัญหนังสือ” (Book for Gift) ร่วมงาน

 

 

 

งานนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำทีมส่งตะกร้าสานรูปหัวใจสีทองที่บรรจุหนังสือ “พ่อสอนอ่าน” ซึ่งอัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงให้ความสำคัญในด้านการอ่าน การเขียน และการศึกษา เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มาเป็นของขวัญ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ โดยมีข้อความบางส่วนที่อภิสิทธิ์เขียนมาด้วยว่า

 

ผมเชื่อมาตลอดว่า สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้บุคคลทั้งหลายประสบความสำเร็จในชีวิตคือ การอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนการที่สมองได้รับอาหารที่มีคุณค่า ช่วยเพิ่มเติมเสริมสร้างความรู้ ตลอดจนช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทำให้มีปัญญาเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม นอกจากนี้การอ่านหนังสือยังช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลาย ช่วยทำให้จิตใจมีความสุข เพลิดเพลินเบิกบาน นำไปสู่สุขภาพกายและสุขภาพใจที่สมบูรณ์ด้วย”

 

 

 

ด้านชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ก็ส่งกระเช้าหนังสือชุด “กำเนิดประวัติศาสตร์ชาติไทย” ที่แบ่งเป็นหลายยุคสมัย เช่น กำเนิดสุโขทัย กำเนิดกรุงศรีอยุธยา ตบแต่งด้วยธีมธงชาติไทย ซึ่งมาพร้อมข้อความที่ปลุกจิตสำนึกรักแผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษไทยเสียเลือดเสียเนื้อปกป้องมาช้านาน โดยเฉพาะการแสดงความห่วงใยในปัญหาชายแดนภายใต้ ดังนี้

 

คนไทยรู้หรือไม่ว่า ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดจากความผิดพลาดในการกำหนดนโยบายอันเนื่องมาจากการไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ ดังนั้นคนไทยไม่ควรไม่เพียงควรอ่านประวัติศาสตร์ชาติไทยเท่านั้น แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย เพื่อรู้จักตัวเองให้ถ่องแท้ก่อนจะรู้จักคนอื่น”

 

 

 

ขณะที่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็เลือกหนังสือแปลเรื่อง “ยิ่งให้ยิ่งได้(Go Giver) ที่บรรจุอยู่ในตะกร้าหน้าจักรยานคันจิ๋วที่แซมด้วยดอกทานตะวันสีเหลืองสด พร้อมแสดงความเห็นต่อการที่รัฐบาลยกการอ่านให้เป็นเรื่องวาระแห่งชาติว่า รู้สึกดีใจแทนคนไทยมาก

 

แนวคิดเรื่อง คิดถึงของขวัญ คิดถึงหนังสือ หรือ Book for Gift…จะเป็นอีกหนึ่งการกระตุ้นให้คนไทยทุกคนให้ความสนใจในเรื่องของการอ่านกันมากขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการปลุกฝังให้รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และผมก็ส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกรักการอ่านหนังสือ เพราะผมคิดว่า การศึกษาเป็นสิ่งที่จะทำให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต…ผมอยากให้ทุกคนตระหนักถึงการมอบหนังสือเป็นของขวัญแห่งความรอบรู้แก่กันครับ”

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีตะกร้าอินเทรนเกาะกระแสหมวยน้อย “หลินปิง” ที่บรรจุหนังสือ “แพนด้าน้อยหลินปิง” พร้อมตุ๊กตาแพนด้าของดาราสาวสวย แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ แฟนพันธุ์แท้คนรัก “หมี” ที่กล่าวถึงสายใยผูกพันระหว่างแม่กับลูกที่ถูกสื่อผ่านตัวละครขนปุยอย่าง “หลินฮุ่ยและหลินปิง” ได้อย่างน่ารักว่า

 

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับการเป็นของขวัญในวันแม่ เพราะในหนังสือมีเรื่องราวความรักความผูกพันอันบริสุทธิ์แทนการบอกรักระหว่างแม่กับลูก”

 

 

 

และปิดท้ายกันด้วยตระกร้าของขวัญหนังสือจากพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่รู้จักกันดีในนาม “.วชิรเมธี” ได้มอบหนังสือชุดธรรมะเพื่อต้อนรับวันปีใหม่ ที่เหมาะสำหรับมอบให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ตบแต่งด้วยด้วยดอกไม้สีขาวแทนความสุขที่บริสุทธิ์ทั้งกายใจ ก่อนจะมอบคำคมรักการอ่านให้ญาติโยมได้ฟังว่า

 

อาตมาหลงรักการอ่านอย่างหัวปักหัวปำตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา

พอมาบวชก็ได้อ่านหนังสือในห้องสมุดวัด ห้องสมุดประชาชนมากมาย

อ่านมาถึงระดับหนึ่งก็เกิดอยากเขียนหนังสือ

จนทุกวันนี้เลยได้มาเขียนหนังสือมากมายให้คนอ่าน

มีคนถามว่าอ่านหนังสือแล้วได้อะไร ก็ตอบง่ายๆว่า ‘ได้คิด

การ ‘ได้คิด’ คือของขวัญที่ ‘ล้ำค่า’ ที่สุดของอาตมา

คุณจะ ‘ได้คิด’ ได้อย่างไร ก็ต้องเริ่มต้นจากการ ‘ได้อ่าน’ ก่อน

การ ‘ได้อ่าน’ เป็นต้นทางของการ ‘ได้คิด

พอ ‘ได้คิด’ แล้วจากนั้นก็ได้ทุกอย่าง"

 

ทว่าใครที่ ‘อุตส่าห์’ อ่านมาถึงบทสรุปแล้วยังคิดไม่ได้ว่า การปลุกนิสัยรักการอ่านมีคุณค่าแค่ไหน ว.วชิรเมธีก็ได้ฝากคำพูดกระแทกใจจี๊ดขึ้นสมองจนตาสว่างว่า

 

ชาตินี้ไม่รักการอ่าน จะโง่ดักดานไปถึงชาติหน้า”…