การช่วยเหลือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ

แนวทางและเป้าหมายการดำเนินงาน
เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันรายได้ เป็นการตอบแทนการทำงานหนักมาตลอดชีวิตให้แก่ผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ รัฐบาลจึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายเงินค่าเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มเติมจากลุ่มผู้สูงอายุที่เคยได้รับการช่วยเหลือแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เป็นต้นไป โดยจ่ายให้ในอัตราคนละ 500 บาทต่อเดือน
ผลการดำเนินการ
จากการเปิดนับลงทะเบียนผู้สูงอายุที่ประสงค์จะขอรับเบี้ยยังชียผู้สูงอายุ ข้อมูล ณ วันที่ 9 เมษายน 2552 พบว่า มีผู้สูงอายุทั่วประเทศมาขึ้นทะเบียน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบและรับรองสิทธิ์ได้รับเบี้ยยังชีพเสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,576,661 คน (รวม 75 จังหวัด 3,142,188 คน กรุงเทพฯ 430,498 คน และพัทยา 3,980 คน )ทั้งนี้ ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพรอบแรกครบทุกคน ณ เดือนมิถุนายน 2552 มีการเบิกจ่ายงบประมาณ 6,019,597,500 คน
ผลการดำเนินโครงการดังกล่าว
ทำให้ผู้สูงอายุเกือบ 6 ล้านคนทั่วประเทศ มีหลักประกันรายได้และมีความมั่นคงในการดำเนินชีวิตเพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม
โครงการเบี้ยผู้สูงอายุ หรือโครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ เป็นหนึ่งในโครงการรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชนภายใต้การรับผิดชอบของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ และผ่านกลไกคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ว่าด้วยเกณฑ์การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ พ.ศ.2552 โดยมีนายกฯเป็นประธาน
นอกจากนี้ ยังมีการขยายเพดานการกู้ยืมเงินกองทุนผู้สูงอายุจาก 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท โดยได้ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนผู้สูงอายุ เรื่องหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขอื่น ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนผู้สูงอายุ ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552
อย่างไรก็ดีรัฐบาลยังอยู่ในช่วงติดตามผลสำรวจสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ว่าจะมีการจัดจ่ายเบี้ยยังชีพด้วยวิธีการที่เหมาะสมต่อไป




