โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
ด้วยเป้าหมายในการบรรเทาการหดตัวของเศรษฐกิจต่อผู้ประกอบการขนาดเล็ก และขนาดย่อม จากการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเข้มข้นจากภาวะ “เงินหาย ตลาดหด” ผ่านมาตรการต่างๆดังนี้
มาตรการด้านการเงิน
ทั้งนี้รัฐจะปล่อยสินเชื่อ และการค้ำประกันแก่ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) 5 แห่ง ซึ่งได้ดำเนินการ 5 โครงการคือ
- โครงการ Portfolio Guarantee Scheme
- โครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ SMEs ด้านการท่องเที่ยว
- มาตรการสินเชื่อเพื่อชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลของ SME
- มาตรการสินเชื่อชะลอการเลิกจ้างงาน
- การขยายบริการรับประกันการส่งออก ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2552 ทั้งนี้มีการปล่อยสินเชื่อรวม 22,858.57 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ตามเป้า
มาตรการด้านภาษี
รัฐบาลได้มีการผ่อนปรนมาตรการภาษีเพื่อช่วยสร้างสภาพคล่องให้ธุรกิจของผู้ประกอบการ 4 มาตรการได้แก่
- มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน
- มาตรการสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยขยายอัตราเวลาการลดอัตราค่าจดทะเบียนการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือร้อยละ 0.01 ไปจนถึงสิ้นปี 2552
- มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยว
- มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และโครงสร้างองค์กร ที่ผ่านการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 8 ฉบับ เช่น กฎกระทรวงฉบับที่ 269 และ 271 (พ.ศ.2552) ออกตามความในประมวลรัษฏากรว่า ด้วยการยกเว้นรัษฏากร
มาตรการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
ที่เน้นการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าต่างๆ การประกันภัยคุ้มครองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในกรณีเกิดจลาจล การปรับแผนการขัดประชุมสัมมนาของหน่วยงานราชการ และแผนการกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ (โปรดดูในรายละเอียดในแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยว 2552)




