ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน

ภาพประกอบแบนเนอร์โครงการต้นกล้าอาชีพ

แนวทางและเป้าหมายการดำเนินการ

จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทำให้เกิดการว่างงาน เพื่อบรรเทาปัญหาการว่างงานรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ให้มีความสามารถและทักษะทางวิชาชีพต่าง ๆ จนสามารถกลับไปสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชม และมีทางเลือกใหม่ ๆ ในการประกอบอาชีพ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้ว่างงาน และกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้างรวม 500,000 คน

ผลการดำเนินงาน

แผนภาพอธิบายผลการดำเนินงานโครงการต้นอาชีพ รุ่นที่1 จำนวน 4,394คน รุ่นที่2 จำนวน 4,652คน รุ่นที่3 จำนวน 4,032คน

โครงการฯ ได้กำหนดการดำเนินการซึ่งมีความครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแรงงาน ทั้งกลุ่มผู้ว่างงานและถูกเลิกจ้างงาน และกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้างใน 3 ลักษณะ ประกอบด้วย

กลุ่มผู้ว่างงานและถูกเลิกจ้างงาน

การเปิดหลักสูตรฝึกอบรมผ่านระบบเว็บไซต์ต้นกล้าอาชีพ ระหว่างเดือน เมษายน–มิถุนายน 2552 มีผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมรวม 113,069 คน

การจัดทำโครงการฝึกอบรมของหน่วยงานภาครัฐที่มีการจ้างงานรองรับ มีจำนวน 5 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการคืนครูให้นักเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)จำนวน 15,000 คน
  2. โครงการทำดีมีอาชีพ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จำนวน 25,000 คน
  3. โครงการปรับปรุงฐานข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 7,305 คน
  4. โครงการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จำนวน 1,250 คน
  5. โครงการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5 โครงการย่อย จำนวน 4,954 คน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 58,509 คน

กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้าง (กลุ่มเป้าหมายชะลอการเลิกจ้าง)

รัฐช่วยสถานประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2552 สถานประกอบการ ได้แจ้งความต้องการอบรมพนักงาน รวม 25,881 คน ได้รับงบประมาณสนับสนุน จำนวน 205,413,810 บาท

ผลการดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ

ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2552 มีการอนุมัติกรอบวงเงิน 1,831,319,220 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.54 ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับ

ความเชื่อมโยงของนโยบายรัฐบาล

ภาพประกอบผู้เข้าร่วมโครงการต้นกล้าอาชีพกำลังทำขนมเบเกอร์รี่
ในส่วนนโยบายเร่งด่วนข้อ 1.2 การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาแรงงาน โดยเอกชนได้ลงนามความร่วมมือจะยังคงจ้างงานพนักงานอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งจะทำให้เอกชนมีพนักงานที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นพร้อมที่รองรับการเพิ่มการผลิตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับผู้ที่ว่างงาน ถูกเลิกจ้างสามารถฝึกอบรมเพิ่มทักษะและความรู้จากหลักสูตรการฝึกอบรมที่เสนอการฝึกอบรมทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการตามความถนัด และความสนใจของแต่ละบุคคล รวมถึงเกิดการสร้างเครือข่ายของกลุ่มคนที่ประสบการณ์แตกต่างกันแต่มีความสนใจเหมือนกันได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ สร้างความสัมพันธ์ ซึ่งกรณีการนำไปสู่การประกอบธุรกิจด้วยกัน เป็นการเสริมสร้างทุนทางสังคมทางสังคมให้เข้มแข็งและขยายตัวมากขึ้น
“สามารถกลับไปสร้างงาน สร้างรายได้ สร้าประโยชน์ให้แก่ชุมชน และมีทางเลือกใหม่ ๆ ในการประกอบอาชีพครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย รวม 500,000 คน”

รายละเอียดเพิ่มเติมโครงการต้นกล้าอาชีพ

หลักสูตรต่างๆ ที่เปิดอยู่ในขณะนี้มีทั้งสิ้น 935 หลักสูตร แบ่งเป็น 7 ประเภทคือ

  1. การเกษตรและแปรรูป จำนวน 118 หลักสูตร
  2. ภาคการผลิต จำนวน 319 หลักสูตร แบ่งเป็น กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเสื้อผ้า กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มศิลปะประดิษฐ์ และอัญมณี
  3. การบริการและการท่องเที่ยว จำนวน 298 หลักสูตร
  4. การค้าและเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 12 หลักสูตร
  5. คอมพิวเตอร์และธุรการ จำนวน 117 หลักสูตร
  6. คมนาคมและการขนส่ง จำนวน 1 หลักสูตร
  7. การก่อสร้าง จำนวน 23 หลักสูตร

ขณะเดียวกันรัฐบาลยังช่วยสถานประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อชะลอการเลิกจ้าง โดยในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2552 มีผู้ประกอบกิจการแสดงความต้องการในการอบรมพนักงาน รวม 25,881 คน ได้รับงบสนับสนุน จำนวน 205,413,810 บาท

อย่างไรก็ดีหลักสูตรที่จัดให้ในแต่ละจังหวัด อาจมีจำนวนแตกต่างขึ้นอยู่กับการอนุมัติของโครงการ ซึ่งพิจารณาตามความเหมาะสมและการรองรับตำแหน่งที่ตลาดแรงงานต้องการ

แบ่งปันผ่านทาง Social networks

  • แบ่งปันผ่านทาง  googlebuzz
  • ส่งหน้านี้เข้าอีเมล์
  • พิมพ์หน้านี้

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่