โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน

แนวทางและเป้าหมายการดำเนินการ
จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทำให้เกิดการว่างงาน เพื่อบรรเทาปัญหาการว่างงานรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ให้มีความสามารถและทักษะทางวิชาชีพต่าง ๆ จนสามารถกลับไปสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชม และมีทางเลือกใหม่ ๆ ในการประกอบอาชีพ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้ว่างงาน และกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้างรวม 500,000 คน
ผลการดำเนินงาน

โครงการฯ ได้กำหนดการดำเนินการซึ่งมีความครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแรงงาน ทั้งกลุ่มผู้ว่างงานและถูกเลิกจ้างงาน และกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้างใน 3 ลักษณะ ประกอบด้วย
กลุ่มผู้ว่างงานและถูกเลิกจ้างงาน
การเปิดหลักสูตรฝึกอบรมผ่านระบบเว็บไซต์ต้นกล้าอาชีพ ระหว่างเดือน เมษายน–มิถุนายน 2552 มีผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมรวม 113,069 คน
การจัดทำโครงการฝึกอบรมของหน่วยงานภาครัฐที่มีการจ้างงานรองรับ มีจำนวน 5 โครงการ ได้แก่
- โครงการคืนครูให้นักเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)จำนวน 15,000 คน
- โครงการทำดีมีอาชีพ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จำนวน 25,000 คน
- โครงการปรับปรุงฐานข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 7,305 คน
- โครงการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จำนวน 1,250 คน
- โครงการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5 โครงการย่อย จำนวน 4,954 คน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 58,509 คน
กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้าง (กลุ่มเป้าหมายชะลอการเลิกจ้าง)
รัฐช่วยสถานประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2552 สถานประกอบการ ได้แจ้งความต้องการอบรมพนักงาน รวม 25,881 คน ได้รับงบประมาณสนับสนุน จำนวน 205,413,810 บาท
ผลการดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ
ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2552 มีการอนุมัติกรอบวงเงิน 1,831,319,220 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.54 ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับ
ความเชื่อมโยงของนโยบายรัฐบาล

ในส่วนนโยบายเร่งด่วนข้อ 1.2 การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาแรงงาน โดยเอกชนได้ลงนามความร่วมมือจะยังคงจ้างงานพนักงานอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งจะทำให้เอกชนมีพนักงานที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นพร้อมที่รองรับการเพิ่มการผลิตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับผู้ที่ว่างงาน ถูกเลิกจ้างสามารถฝึกอบรมเพิ่มทักษะและความรู้จากหลักสูตรการฝึกอบรมที่เสนอการฝึกอบรมทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการตามความถนัด และความสนใจของแต่ละบุคคล รวมถึงเกิดการสร้างเครือข่ายของกลุ่มคนที่ประสบการณ์แตกต่างกันแต่มีความสนใจเหมือนกันได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ สร้างความสัมพันธ์ ซึ่งกรณีการนำไปสู่การประกอบธุรกิจด้วยกัน เป็นการเสริมสร้างทุนทางสังคมทางสังคมให้เข้มแข็งและขยายตัวมากขึ้น
“สามารถกลับไปสร้างงาน สร้างรายได้ สร้าประโยชน์ให้แก่ชุมชน และมีทางเลือกใหม่ ๆ ในการประกอบอาชีพครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย รวม 500,000 คน”
รายละเอียดเพิ่มเติมโครงการต้นกล้าอาชีพ
หลักสูตรต่างๆ ที่เปิดอยู่ในขณะนี้มีทั้งสิ้น 935 หลักสูตร แบ่งเป็น 7 ประเภทคือ
- การเกษตรและแปรรูป จำนวน 118 หลักสูตร
- ภาคการผลิต จำนวน 319 หลักสูตร แบ่งเป็น กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเสื้อผ้า กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มศิลปะประดิษฐ์ และอัญมณี
- การบริการและการท่องเที่ยว จำนวน 298 หลักสูตร
- การค้าและเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 12 หลักสูตร
- คอมพิวเตอร์และธุรการ จำนวน 117 หลักสูตร
- คมนาคมและการขนส่ง จำนวน 1 หลักสูตร
- การก่อสร้าง จำนวน 23 หลักสูตร
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังช่วยสถานประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อชะลอการเลิกจ้าง โดยในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2552 มีผู้ประกอบกิจการแสดงความต้องการในการอบรมพนักงาน รวม 25,881 คน ได้รับงบสนับสนุน จำนวน 205,413,810 บาท
อย่างไรก็ดีหลักสูตรที่จัดให้ในแต่ละจังหวัด อาจมีจำนวนแตกต่างขึ้นอยู่กับการอนุมัติของโครงการ ซึ่งพิจารณาตามความเหมาะสมและการรองรับตำแหน่งที่ตลาดแรงงานต้องการ




